Video Conference Meeting with UCCN International (Bandung & Baguio City)

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในต่างประเทศ

จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ในต่างประเทศ วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมดอยตุง อาคารอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดย อพท. และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดการประชุมที่เชิญผู้มีส่วนสำคัญ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมของจังหวัดเชียงราย ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในต่างประเทศ ประกอบไปด้วย เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย (เมืองด้านการออกแบบ) โดย ดร.ดวินนิตา ลาราสาติ (Dr. Dwinita Larasati) และเมืองบาเกียว ประเทศฟิลิปปินส์ (เมืองด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน) โดย คุณไมเลน ยารานน (Mylen G. Yaranon) ตัวแทนภาครัฐ และคุณอะเดลไลดา ลิม (Adeleida Lim) ตัวแทนภาคเอกชน พร้อมทั้งนางสาวดารุณี ธรรมโพธิ์ดล ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม ที่ให้เกียรติมาร่วมรับฟังแลกแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

จากเมืองบาเกียว Baguio City (City of Crafts and Folk Art)

ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นตัวตนบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเชียงราย เนื่องด้วยความเป็นภูมิประเทศที่มีความสูงเฉยราว 1,400 เมตรสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเมืองด้านหัตถกรรม และศิลปะพื้นบ้าน โดยเน้นในส่วนงานแกะสลักหิน แกะสลักไม้ งานทอผ้า และการสักลาย ซึ่งได้เน้นในด้านของการดำเนินงานที่หลังจากที่ได้รับเลือก เข้าสู่เครือข่ายแล้วต้องมีการดำเนินงานตามแผน ในพันธสัญญาที่ได้ให้ไว้กับองค์การยูเนสโก งานการดำเนินการตามพันธสัญญานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ แผนปฏิบัติการ Roadmap มาพัฒนาเมืองของเราไปต่อได้อย่างไร งานของการทำงานนอกจากนั้นความได้เปรียบของบาเกียวคือ ผู้บริหารที่ถูเลือกตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ มีแนวคิดในลักษณะเดียวกันกับท่านก่อน จึงทำให้งานสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ในด้านการช่วยเหลือศิลปินนั้น ไม่ได้เป็นรูปแบบ
ของการให้งบประมาณโดยตรง แต่จะสนับสนุนในลักษณะของการสร้างพื้นที่ สร้างกิจกรรม สร้างเทศกาลให้ศิลปินมีพื้นที่ในการติดต่อ เผยแพร่ และจำหน่ายผลงาน มีการจ้างงานศิลปิน

เมืองบันดุง Bandung (City of Design)

ประเทศอินโดนีเซีย ต้องเผชิญกับความท้าทายในกรณีในด้านการเมืองที่มีการเลือกตั้งใหม่ ที่มีความเสี่ยงในด้านแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามบันดุงสามารถตีความด้านการออกแบบมาใช้แก้ไขปัญหาของเมือง ซึ่งเกิดขึ้นจากภาคประชาชน และกำลังอยู่ในช่วงของการนำเสนอทางด้านกฎหมาย แต่มีความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจไม่ได้เน้นและประเด็นดังกล่าวอาจตกไป ซึ่งในเบื้องต้นบันดุง ไม่ได้ตั้งข้อเสนอทางด้านกฎหมายไว้ตั้งแต่ต้น เป็นกลไกลักษณะ Top-down หรือการทำงานผ่านภาครัฐ

ผลที่ได้รับจากการเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนกับเมืองเครือข่ายในต่างประเทศ

จากการเรียนรู้ทั้งสองเมืองเครือข่าย เป็นประเด็นสำคัญว่าเชียงรายเราจะมีการดำเนินการกันอย่างไร โดยการเรียนรู้จากสองเมืองนี้ ซึ่งมีความใกล้เคียง เช่น บันดุงไม่ใช่เมืองหลักเป็นเมืองชายขอบเมืองหลวง เรื่องดีไซน์ ใช้สิ่งสร้างสรรค์เป็นการพัฒนาเมือง นอกจากนั้นมีมหาวิทยาลัย โดยใช้เป็นการพัฒนาเมือง และกรณีของบาเกียวที่เกี่ยวข้องกับ องค์กรท้องถิ่นทำงานร่วมกันอย่างเรื่องหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านที่ส่งผลไปถึง วิถีชีวิต way of life โดยเฉพาะในด้านการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม 
จากการให้ความเห็นของภาคีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงราย สามารถสรุปได้ออกเป็น ประเด็น 3i ได้แก่1) Inclusivity การมีรวมตัวของกลุ่มคน/การมีส่วนร่วม 2) Implementation: การดำเนินการ/กิจกรรม และ 3) Internationalization: จากท้องถิ่นสู่สากล ดังนี้
1) Inclusivity หรือการรวมตัวของกลุ่มคนให้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคองค์กรที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มชาติพันธุ์ และการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน โดยอาจจะนำดำเนินการตามแผนหรือกิจกรรมในแต่ละภาคส่วนที่มีอยู่แล้วสร้างกรอบทิศทาง (Theme) ไปในแนวทางเดียวกัน โดยการอำนวยความสะดวกของภาครัฐ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุน ซึ่งจะสามารถนำสิ่งสร้างสรรค์มาพัฒนาเมืองไปพร้อม ๆ กัน
2) Implementation: การดำเนินการ/กิจกรรม แผนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ไปได้ หากมีการลงมือปฏิบัติ ซึ่งอาจจะต้องมีโครงการนำร่อง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยภาครัฐ เอกชน หรือประชาชน อาจเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ รวมถึงสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนไปในวงกว้าง จนถึงระดับสากล
3) Internationalization: จากท้องถิ่นสู่สากล การเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ไม่เพียงแต่เราจะมีโครงการพัฒนาเมืองแล้ว ยังเป็นการนำวัฒนธรรมท้องถิ่น เผยแพร่สู่ระดับนานาชาติ และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิธีการ หรือประสบการณ์ทางด้านการสร้างสรรค์ (Know-how) ระหว่างเมืองต่อเมือง ระหว่างประเทศต่อประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านความคิด เทคนิค รวมถึงทางด้านเศรษฐกิจ และมีเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ไปพร้อม ๆ กับนานาประเทศ
บทความ: ผศ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2563